ELECTRICAL SAFETY TEST
เป็นเครื่องมือประเภทที่เอาไว้ใช้ทดสอบความปลอดภัยทางด้านไฟฟ้า (ELECTRICAL SAFETY TEST) และเป็นเครื่องมือทดสอบเพื่อตอบสนองมาตรฐานความปลอดภัย เช่น IEC, EN, UL, CSA, GB, JIS การทดสอบเครื่องทดสอบความปลอดภัยทางไฟฟ้าซึ่งจะมีคุณสมบัติการทดสอบค่าความปลอดภัยทางด้านไฟฟ้าเบื้องต้นจะมีรายละเอียดคร่าวๆให้ทำความเข้าใจได้มากขึ้น
1. Dielectric Withstand (Hipot) Test เป็นการทดสอบด้วยการป้อนไฟแรงดันสูงเข้าระหว่างวงจรชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ภายในหรือสายดินด้วยแรงดันไฟฟ้าประมาณ 1250 – 1500 VAC เพื่อตรวจสอบว่าฉนวนไฟฟ้าของอุปกรณ์สามารถทนแรงดันทางไฟฟ้าไม่ให้เข้าสู่ตัวสัมผัส
2. การทดสอบความต้านทานของฉนวน เพื่อเป็นการทดสอบคุณภาพของฉนวนว่าดีพอที่จะป้องกันไฟฟ้าระหว่างส่วนต่าง ๆ
3. การตรวจสอบกระแสไฟฟ้ารั่ว เพื่อตรวจว่ามีกระแสไฟฟ้าเกิดการรั่วซึมจากแหล่งจ่ายไฟเข้ามายังสายดินน้อยกว่าค่าที่กำหนดตามมาตรฐานความปลอดภัยหรือไม่
4. ทดสอบความต่อเนื่องของสายดิน ไฟฟ้าที่กระแสไฟฟ้าอันตรายที่มีการรั่วไหลจะต้องลงสู่ระบบสายดินหรือกระตุ้นให้ระบบตัดไฟฟ้าตัดวงจรทำงาน ซึ่งเป็นการตรวจสอบสายดินได้อีกด้วยว่าสามารถทำงานได้จริงไหม
มาทำความรู้จัก FUNCTION ต่างๆให้เข้าใจเพื่อนำไปใช้งานได้อย่างถูกต้อง
- AC/DC Withstanding Voltage Testing (ACW/DCW) คือ การทดสอบการทนทานของแรงดันไฟฟ้าสูงกระแสตรงและไฟฟ้ากระแสสลับ บางครั้งอาจเรียกว่า Hi-Volt หรือเครื่อง Hi-pot ในการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า ส่วนมากจะทดสอบค่า ACW โดยส่วนมาก
- Insulation Resistance (IR Testing) คือ การทดสอบค่าความต้านทานทางฉนวน
- Leakage Current (LC Testing) คือ การทดสอบค่ากระแสไฟฟ้ารั่วไหล
- Ground Bond (GB Testing) คือ การทดสอบค่าความต้านทานลงพื้นดิน
- Power Consumption/Performance testing (PWR Testing) คือ การวัดค่าการสิ้นเปลืองของทางด้านพลังงาน
- Low Voltage starting (ST/VS Testing) คือ การทดสอบการเริ่มการทำงานที่แรงดันต่ำ

การดูแลรักษา ELECTRICAL SAFETY TEST หลังจากการใช้งานเสร็จ
- ควรทำการตรวจเช็คสภาพของเครื่องมือว่าอยู่ในสภาพสมบูรณ์และทำความสะอาดทั้งก่อนและหลังการใช้งานทุกครั้ง
- ควรใช้งานหรือเก็บเครื่องมือให้ห่างจากบริเวณที่มีสนามแม่เหล็กเพราะสนามแม่เหล็กนั้นจะทำให้มีผลต่อการวัดค่าในแต่ละครั้งนั้นมีความคลาดเคลื่อน
- ไม่ควรใช้งานและวางเครื่องมือในบริเวณที่มีการสั่นสะเทือนเนื่องจากแรงสั่นสะเทือนอาจทำให้อุปกรณ์ภายในของตัวเครื่องมือเกิดความเสียหายได้
- ควรมั่นตรวจเช็คเครื่องมืออยู่บ่อยๆว่าค่าที่วัดเริ่มมีความคลาดเคลื่อนหรือไม่และควรนำเครื่องมือไปทำการสอบเทียบ (Calibration) ตามเวลาที่กำหนดไว้หรือตามความเหมาะสมเพื่อให้มั่นใจถึงค่าที่วัดว่ามีความแม่นยำอยู่เสมอ
- ทุกครั้งที่มีการใช้งานเสร็จไม่ควรม้วนพับสายไฟให้เกิดการหักงอ
ทำไมต้องสอบเทียบเครื่องมือวัด
เครื่องมือวัดทุกรายการที่นำไปใช้ในการทดสอบ ตรวจเช็คค่าต่างๆของอุตสาหกรรม ตามบริษัท ตามโรงงานอุตสาหกรรม ควรจะต้องนำเครื่องมือส่งสอบเทียบกับห้องปฏิบัติการสอบเทียบที่ได้รับรองมาตรฐาน ISO/IEC17025:2017 แบบถูกต้องและชัดเจนเพื่อนำผลการสอบเทียบมาเป็นตัวชี้วัดในแต่ละอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องเพราะเมื่อมีการนำเครื่องมือเหล่านี้ไปใช้งานเราจะทราบได้อย่างไรว่าค่าที่เราได้มาคือค่าที่ถูกต้องและแม่นยำ เพราะเครื่องมือวัดสามารถเกิดความผิดพลาดขึ้นได้ตลอดถ้าเราไม่นำเครื่องมือที่เราใช้ส่งเข้ารับบริการสอบเทียบ ดังนั้นการส่งเครื่องมือวัดเข้ามาสอบเทียบจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่จะช่วยสร้างความมั่นใจให้แก่ชิ้นงานที่เราใช้ ทาง บริษัท แคลิเบรชั่น แลบอราทอรี จำกัด ( CLC ) สามารถสอบเทียบ STANDARD ELECTRICAL SAFETY TEST และสามารถออก ACCREDITED รองรับเรื่อง ISO/IEC 17025:2017 ให้กับทางลูกค้าได้อีกด้วยและโดยส่วนมากที่ทางลูกค้าจะส่งเข้ามาสอบเทียบกันโดยหลักมักจะสอบเทียบ FUNCTION ACV , DCV กันเป็นส่วนใหญ่
MKS
เกี่ยวกับเรา
ประวัติความเป็นมา
สอบเทียบ
Pressure & Vacuum
Dimension
Temperature & Humidity
Torque & Force
Electrical
Mass & Balance
Glassware & Chemical
Medical
Flow
สอบเทียบนอกสถานที่
อบรม
Promotion
Pressure & Vacuum
Dimension
Temperature & Humidity
Torque & Force
Electrical
Mass & Balance
Glassware & Chemical
Others
บทความ
วีดีโอ
ข่าวสาร



