Digital Torque Wrench หรือประแจวัดแรงบิดดิจิทัล คือเครื่องมือสำหรับควบคุมแรงบิดในงานขันยึด โดยแสดงค่าผ่านหน้าจอและแจ้งเตือนเมื่อถึงค่าเป้าหมาย บางรุ่นรองรับการบันทึกและส่งออกข้อมูล เครื่องมือควรได้รับการควบคุม ตรวจสอบ และสอบเทียบตามความเสี่ยง ข้อกำหนดของผู้ผลิต และมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง
Digital Torque Wrench คืออะไร
Digital Torque Wrench คือ ประแจวัดแรงบิดแบบดิจิทัลที่ใช้ควบคุมค่าแรงบิด (Torque) ให้เป็นไปตามค่าที่กำหนด พร้อมแสดงผลผ่านหน้าจอ LCD หรือ OLED และมีระบบแจ้งเตือนด้วยเสียง แสง หรือการสั่น เมื่อถึงค่า Torque ที่ตั้งไว้ เครื่องมือนี้ถูกออกแบบมาเพื่อ
- ป้องกันการขันแน่นเกิน (Over Torque)
- ป้องกันการขันไม่ถึงค่า (Under Torque)
- เพิ่มความแม่นยำของงานประกอบ
- บันทึกข้อมูลเพื่อการตรวจสอบย้อนกลับในระบบ Quality Control
หลักการทำงานของ Digital Torque Wrench
Digital Torque Wrench ทำงานโดยอาศัยเซนเซอร์วัดความเครียด (Strain Gauge) หรือเซนเซอร์วัดการบิดตัวที่ติดตั้งภายในตัวเครื่อง เมื่อผู้ใช้ออกแรงขัน เซนเซอร์จะรับรู้การบิดตัวและแปลงเป็นสัญญาณไฟฟ้า ก่อนประมวลผลและแสดงเป็นค่าตัวเลขบนหน้าจอแบบเรียลไทม์ พร้อมแจ้งเตือนเมื่อถึงค่าที่ตั้งไว้ ทั้งนี้ เทคโนโลยีเซนเซอร์และวิธีประมวลผลอาจแตกต่างกันในแต่ละรุ่น จึงควรอ้างอิงรายละเอียดจากคู่มือของผู้ผลิตเป็นหลัก
ประเภทของ Digital Torque Wrench
- Digital Indicating Torque Wrench – แสดงค่าแรงบิดที่วัดได้บนหน้าจอ เหมาะกับงานอ่านค่าและทวนสอบ
- แบบตั้งค่าแจ้งเตือน (Setting / Preset) – ตั้งค่าเป้าหมายไว้ล่วงหน้า และแจ้งเตือนเมื่อถึงค่าที่กำหนด
- Interchangeable-head – เปลี่ยนหัวขันได้หลายแบบ เพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งาน
- Digital Torque Adapter – อุปกรณ์เสริมที่ทำให้ประแจทั่วไปวัดค่าแรงบิดแบบดิจิทัลได้
- Data-logging Torque Wrench – บันทึกและส่งออกข้อมูลการขันเพื่อการตรวจสอบย้อนหลัง
ประโยชน์และวัตถุประสงค์ในการเลือกใช้
การนำ Digital Torque Wrench มาใช้ช่วยเพิ่มความแม่นยำของการขัน ลดความเสียหายของชิ้นงาน ลดการเกิดงานเสีย (Defect) เพิ่มคุณภาพสินค้า ลด Human Error ตรวจสอบย้อนกลับได้ และเพิ่มความปลอดภัยในการทำงาน
การรองรับระบบบริหารคุณภาพ: ช่วยสนับสนุนระบบควบคุมกระบวนการและการตรวจสอบย้อนกลับตามข้อกำหนดของระบบบริหารคุณภาพ เช่น ISO 9001 หรือ IATF 16949 ทั้งนี้ องค์กรต้องกำหนดวิธีใช้งาน การควบคุมเครื่องมือ การบันทึกข้อมูล และเกณฑ์การยอมรับให้สอดคล้องกับกระบวนการของตนเอง
การตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability): Process Traceability หมายถึงความสามารถในการตรวจสอบย้อนหลังว่าใครใช้เครื่องมือ ขันชิ้นงานใด เมื่อใด และได้ค่าเท่าใด ส่วน Metrological Traceability หมายถึงความสัมพันธ์ของผลการวัดกับมาตรฐานอ้างอิงผ่านสายโซ่การสอบเทียบที่มีการระบุความไม่แน่นอนของการวัด
เหมาะกับอุตสาหกรรมใด
Digital Torque Wrench ถูกนำไปใช้ในหลายอุตสาหกรรมที่ต้องการควบคุมแรงบิดอย่างแม่นยำ เช่น ยานยนต์ อากาศยาน พลังงาน อาหารและยา อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องมือแพทย์ Oil & Gas และโรงงานประกอบเครื่องจักร โดยตัวอย่างงานที่พบบ่อย ได้แก่
- ยานยนต์ – ประกอบเครื่องยนต์ ล้อ เบรก และงานขันแน่นชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์ เช่น ฝาสูบหรือก้านสูบ
- อากาศยาน – งานประกอบอากาศยานบางประเภท โดยเฉพาะจุดต่อที่มีความสำคัญต่อความปลอดภัย อาจกำหนดให้ควบคุมและบันทึกค่าแรงบิดตามเอกสารการผลิต คู่มือซ่อมบำรุง หรือข้อกำหนดของผู้ผลิตอากาศยาน
- พลังงานลม – ขันโบลต์ขนาดใหญ่ของโครงสร้างทาวเวอร์และใบพัดกังหันลม
- พลังงานนิวเคลียร์ – ระบบข้อต่อในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ต้องควบคุมการประกอบอย่างเข้มงวดตามข้อกำหนดด้านวิศวกรรมและความปลอดภัย โดยแรงบิดเป็นหนึ่งในปัจจัยที่มีผลต่อ Bolt Preload และความสมบูรณ์ของข้อต่อ แต่ไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่ใช้รับรองการป้องกันการรั่วซึม
- เครื่องมือแพทย์ – ในกระบวนการผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์ Digital Torque Wrench หรือ Torque Driver อาจใช้ควบคุมแรงบิดของชิ้นส่วนขนาดเล็กตามข้อกำหนดการผลิต ส่วนการใช้งานกับรากฟันเทียมหรืออุปกรณ์ฝังในร่างกายต้องปฏิบัติตามคู่มือและค่าแรงบิดที่ผู้ผลิตอุปกรณ์กำหนดโดยเฉพาะ
- อิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์ – งานประกอบชิ้นส่วนที่บอบบาง ต้องควบคุมแรงบิดระดับต่ำ เช่น N·m, cN·m หรือ mN·m ตามขนาดและข้อกำหนดของชิ้นส่วน
- Oil & Gas / ระบบความดัน – งานขันหน้าแปลน (Flange) และถังบรรจุความดันสูง เพื่อควบคุมความสมบูรณ์ของข้อต่อ
หลักการเลือกใช้ Digital Torque Wrench
ช่วงแรงบิด (Torque Range): ควรเลือกช่วงแรงบิดของเครื่องมือให้ครอบคลุมค่าแรงบิดที่ใช้งานจริง และหลีกเลี่ยงการใช้งานในช่วงต่ำมากของพิกัด หากผู้ผลิตไม่ได้รับรองความสามารถในช่วงดังกล่าว ช่วงใช้งานที่เหมาะสมควรพิจารณาจาก Specification, Accuracy Statement และคู่มือของ Digital Torque Wrench แต่ละรุ่น
ความละเอียด (Resolution): เช่น 0.01 Nm, 0.1 Nm หรือ 1 Nm ตามความเหมาะสมของงาน
ความแม่นยำ (Accuracy): ก่อนเปรียบเทียบ Accuracy ของเครื่องมือ ต้องตรวจสอบว่าผู้ผลิตระบุค่าความคลาดเคลื่อนเป็นเปอร์เซ็นต์ของค่าที่อ่านได้ (%RDG) หรือเปอร์เซ็นต์ของพิกัดเต็ม (%FS) รวมถึงพิจารณาช่วงแรงบิด ทิศทางการใช้งาน และเงื่อนไขอุณหภูมิที่ผู้ผลิตกำหนด
Square Drive: เช่น 1/4″, 3/8″, 1/2″, 3/4″ หรือ 1″ ตามขนาดหัวขันที่ต้องใช้
Data Logging และการเชื่อมต่อ: เช่น USB หรือ Bluetooth สำหรับบันทึกและส่งออกข้อมูลในระบบ Smart Factory (มีเฉพาะบางรุ่น)

วิธีใช้งานที่ถูกต้อง
เพื่อให้ได้ค่าแรงบิดที่แม่นยำและปลอดภัย ควรใช้งานตามลำดับต่อไปนี้
- ตรวจสภาพเครื่องมือและระดับแบตเตอรี่ก่อนใช้งาน
- เลือกช่วงแรงบิดให้เหมาะกับงาน
- ตั้งหน่วยวัดให้ถูกต้อง (เช่น N·m, lbf·ft)
- ตั้งค่าเป้าหมายตามข้อกำหนดของงาน
- ตรวจทิศทางการขัน (ตามเข็มหรือทวนเข็ม)
- จับตำแหน่งด้ามให้ถูกต้องตามคู่มือ
- ออกแรงขันอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ
- หยุดออกแรงทันทีเมื่อเครื่องแจ้งเตือนว่าถึงค่าที่ตั้งไว้
- จัดเก็บเครื่องมือตามคู่มือหลังใช้งาน
ปัจจัยที่ทำให้ค่าแรงบิดผิดพลาด
- ออกแรงกระชากแทนการออกแรงต่อเนื่อง
- จับด้ามผิดตำแหน่ง
- ใช้ Extension หรือ Adapter โดยไม่ชดเชยค่าตามคู่มือ
- แบตเตอรี่ต่ำ
- ใช้งานเกินพิกัดของเครื่องมือ
- ใช้ผิดทิศทางการขัน
- เครื่องมือตกกระแทก
- ตั้งหน่วยวัดผิด
- ใช้ Torque Sequence ไม่ถูกต้อง
มาตรฐานที่เกี่ยวข้อง
การเลือกและสอบเทียบประแจวัดแรงบิดควรอ้างอิงมาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้อง ได้แก่
- ISO 6789-1:2017 – ข้อกำหนดการออกแบบและการทวนสอบประแจแรงบิดแบบมือ (Hand torque tools) เน้นเกณฑ์สำหรับผู้ผลิตในการประเมินความสอดคล้องของเครื่องมือ
- ISO 6789-2:2017 – ข้อกำหนดการสอบเทียบและการหาความไม่แน่นอนของการวัด (Uncertainty) ใช้สำหรับห้องปฏิบัติการสอบเทียบประแจแรงบิดโดยเฉพาะ
- ISO/IEC 17025 – มาตรฐานสากลว่าด้วยความสามารถของห้องปฏิบัติการทดสอบและสอบเทียบ รับรองว่าผลการวัดถูกต้อง แม่นยำ และน่าเชื่อถือ
- ASME B107.300-2021 – Hand Torque Tools and Torque Testers มาตรฐานอเมริกาสำหรับประแจแรงบิดแบบมือและเครื่องทดสอบแรงบิด
- DIN EN ISO 6789 – มาตรฐานประแจแรงบิดฉบับยุโรปที่สอดคล้องกับ ISO 6789
- IATF 16949 – ระบบบริหารงานคุณภาพสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ เน้นการป้องกันของเสียและลดความแปรปรวนในห่วงโซ่อุปทาน
- ISO 9001 – ระบบบริหารงานคุณภาพพื้นฐานสำหรับทุกองค์กร
หมายเหตุ: ASTM E2428-22 เป็นมาตรฐานสำหรับการสอบเทียบและทวนสอบ Elastic Torque Measurement Standards หรือระบบวัดแรงบิดอ้างอิง จึงเกี่ยวข้องกับอุปกรณ์มาตรฐานที่ใช้ในระบบสอบเทียบมากกว่าการใช้เป็นมาตรฐานหลักสำหรับประแจแรงบิดแบบมือโดยตรง
MPE, Process Tolerance และ TAR
Maximum Permissible Error หรือ MPE คือค่าความผิดพลาดสูงสุดที่ยอมรับได้ของเครื่องมือ ส่วน Process Tolerance คือขอบเขตที่กระบวนการหรือผลิตภัณฑ์ยอมรับได้ และ Test Accuracy Ratio หรือ TAR คืออัตราส่วนระหว่าง Tolerance ของเครื่องมือหรือกระบวนการที่ตรวจ กับความสามารถของอุปกรณ์อ้างอิงที่ใช้ตรวจสอบ
ตัวอย่างการพิจารณา TAR: หากกระบวนการกำหนด Tolerance ไว้ที่ ±5% และองค์กรต้องการใช้ TAR 4:1 อุปกรณ์อ้างอิงควรมีความสามารถประมาณ ±1.25% หรือดีกว่า อย่างไรก็ตาม การตัดสินความเหมาะสมไม่ควรพิจารณา TAR เพียงอย่างเดียว แต่ควรคำนึงถึง Measurement Uncertainty และ Decision Rule ร่วมด้วย
Verification, Calibration และ Adjustment ต่างกันอย่างไร
- Verification (การทวนสอบ) – การตรวจว่าเครื่องมือยังให้ค่าอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้หรือไม่ มักทำในหน้างานเพื่อยืนยันก่อนใช้
- Calibration (การสอบเทียบ) – การเปรียบเทียบค่ากับมาตรฐานอ้างอิงที่มี Traceability พร้อมระบุความไม่แน่นอนของการวัด โดยห้องปฏิบัติการที่มีความสามารถ
- Adjustment (การปรับค่า) – การปรับตั้งเครื่องมือให้ค่าถูกต้องขึ้น ซึ่งเป็นคนละขั้นตอนกับการสอบเทียบ
ข้อควรทราบ: การตรวจค่าในหน้างาน (Verification) ไม่เท่ากับการสอบเทียบ (Calibration) ที่ออกใบรับรองพร้อมค่าความไม่แน่นอน
การกำหนดรอบสอบเทียบ (Calibration Interval)
รอบการสอบเทียบขึ้นอยู่กับความถี่ใช้งาน สภาพแวดล้อม ความเสี่ยง และประวัติการสอบเทียบ ตารางด้านล่างเป็นตัวอย่างแนวทางเบื้องต้นในการพิจารณารอบสอบเทียบ ทั้งนี้ ไม่ใช่ข้อกำหนดตายตัว องค์กรควรกำหนดและทบทวนรอบสอบเทียบจากความถี่การใช้งาน ความสำคัญของจุดขัน สภาพแวดล้อม ประวัติผลสอบเทียบ ผลการทวนสอบระหว่างรอบ เหตุการณ์ตกกระแทก และข้อกำหนดของลูกค้าหรือผู้ผลิต
| ลักษณะการใช้งาน | ตัวอย่างแนวทางรอบสอบเทียบ |
|---|---|
| ใช้งานหนักทุกวัน | 3-6 เดือน |
| ใช้งานปานกลาง | 6 เดือน |
| ใช้งานทั่วไป | 12 เดือน |
| หลังตกกระแทก | สอบเทียบทันที |
เมื่อใดควรส่งสอบเทียบ และการจัดการเมื่อเครื่องมือไม่ผ่าน
ควรส่งสอบเทียบเมื่อครบกำหนดรอบ เครื่องมือตกกระแทก ผ่านการซ่อม พบค่าที่วัดผิดปกติ ก่อนงานสำคัญ หลังใช้งานหนัก เมื่อลูกค้ากำหนด หรือเมื่อพบความคลาดเคลื่อนจากการตรวจสอบประจำวัน
เมื่อเครื่องมือไม่ผ่านเกณฑ์: ควรหยุดใช้งานทันที แยกสถานะเครื่องมือให้ชัดเจน ทดสอบยืนยันซ้ำ ส่งซ่อมหรือสอบเทียบ ประเมินผลกระทบต่อชิ้นงานที่ผลิตย้อนหลัง และตรวจยืนยันก่อนนำกลับมาใช้
เปรียบเทียบประแจวัดแรงบิดแต่ละประเภท
ตารางด้านล่างเปรียบเทียบประแจวัดแรงบิดตามลักษณะการอ่านค่า การตั้งค่าเป้าหมาย และการบันทึกข้อมูล เพื่อช่วยเลือกให้เหมาะกับลักษณะงาน
| ประเภท | การอ่านค่า | การตั้งค่าเป้าหมาย/แจ้งเตือน | การบันทึกข้อมูล | งานที่เหมาะสม |
|---|---|---|---|---|
| Beam | อ่านจากเข็ม/สเกล | ไม่มี | ไม่มี | งานทั่วไป งบจำกัด |
| Click | ไม่แสดงค่าตัวเลข | คลิกเมื่อถึงค่า | ไม่มี | งานขันตามค่าที่ตั้ง |
| Digital | แสดงค่าตัวเลข | เสียง/ไฟ/สั่น | มี (บางรุ่น) | งาน QC ที่ต้องอ่านค่า |
| Dial | อ่านจากหน้าปัด | ไม่มี | ไม่มี | งานทวนสอบค่า |
| Hydraulic | แสดงค่า | บางรุ่น | บางรุ่น | งานแรงบิดสูง |
| Electronic Analyzer | แสดงค่าละเอียด | มี | มี | งานวิเคราะห์/ทวนสอบ |
หมายเหตุ: ความแม่นยำต้องพิจารณาจาก Specification ของแต่ละรุ่น ไม่สามารถจัดอันดับจากประเภทเครื่องมือเพียงอย่างเดียวได้
ข้อดีและข้อเสียของ Digital Torque Wrench
ข้อดี: แม่นยำสูงกว่ารุ่นทั่วไป ใช้งานง่าย ลด Human Error และเก็บข้อมูลได้ถูกต้องกว่าเดิม
การเชื่อมต่อข้อมูล: Digital Torque Wrench บางรุ่นสามารถเชื่อมต่อกับซอฟต์แวร์ ระบบ MES หรือฐานข้อมูลผ่าน USB, Bluetooth หรือเครือข่ายที่ผู้ผลิตรองรับ จึงช่วยสนับสนุนการเก็บข้อมูลและระบบ Smart Factory ได้ อย่างไรก็ตาม ความสามารถในการเชื่อมต่อและรูปแบบข้อมูลแตกต่างกันในแต่ละรุ่น
ข้อเสีย: ราคาสูงกว่ารุ่นเก่า ต้องดูแลแบตเตอรี่ ไวต่อแรงกระแทก และต้องสอบเทียบตามกำหนด
การดูแลรักษาเครื่องมือ
- ระมัดระวังในการใช้งาน ห้ามตกกระแทก
- ไม่ใช้เป็นค้อน และไม่ใช้คลายน็อตที่ติดแน่นเกินพิกัด
- ไม่เก็บในที่ชื้น และเช็ดทำความสะอาดทุกครั้งหลังใช้งาน
- ถอดแบตเตอรี่เมื่อไม่ใช้งานนาน
- เก็บในกล่อง หลีกเลี่ยงสนามแม่เหล็กแรงสูง และตรวจสอบแบตเตอรี่เป็นประจำ
เกณฑ์การเลือกห้องปฏิบัติการสอบเทียบ
การเลือกห้องปฏิบัติการสอบเทียบประแจวัดแรงบิด ควรพิจารณาสิ่งต่อไปนี้
- ขอบข่ายการรับรองครอบคลุมประเภทและช่วงแรงบิดที่ต้องการ
- ความสามารถในการสอบเทียบ (CMC) เหมาะสมกับงาน
- รองรับทิศทางการใช้งานที่ต้องการ (ตามเข็ม/ทวนเข็ม)
- มีการระบุความไม่แน่นอนของการวัด (Measurement Uncertainty)
- มี Metrological Traceability ที่ตรวจสอบได้
แนวโน้มการใช้งาน
ความต้องการด้านการบันทึกข้อมูล การตรวจสอบย้อนหลัง และการเชื่อมต่อระบบการผลิต ทำให้ Digital Torque Wrench ที่รองรับ Data Logging และการส่งออกข้อมูลมีบทบาทเพิ่มขึ้นในงานประกอบสมัยใหม่ โดยเฉพาะกระบวนการที่ต้องควบคุมจุดขันจำนวนมากหรือมีข้อกำหนดด้าน Traceability
บทสรุป
Digital Torque Wrench เป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับการควบคุมแรงบิดในงานประกอบที่ต้องการความแม่นยำ ความปลอดภัย และการตรวจสอบย้อนกลับ การเลือกเครื่องมือควรพิจารณาช่วงแรงบิด ความแม่นยำ ความละเอียด และมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง เช่น ISO 6789 และ ISO/IEC 17025 พร้อมกำหนดรอบการสอบเทียบตามความเสี่ยงและความถี่ในการใช้งาน เพื่อให้เครื่องมือทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ลดของเสีย เพิ่มความเชื่อมั่นของผลิตภัณฑ์ และคุ้มค่าต่อการลงทุนในระยะยาว
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- Digital Torque Wrench คืออะไร
ประแจวัดแรงบิดดิจิทัลคือเครื่องมือควบคุมแรงบิดในงานขันยึด ที่แสดงค่าผ่านหน้าจอและแจ้งเตือนเมื่อถึงค่าเป้าหมาย บางรุ่นบันทึกและส่งออกข้อมูลได้
- Digital Torque Wrench ต่างจาก Click Type อย่างไร
แบบ Digital แสดงค่าตัวเลขแบบเรียลไทม์ แจ้งเตือนได้หลายรูปแบบ และบางรุ่นบันทึกข้อมูลได้ ส่วนแบบ Click จะดังคลิกเมื่อถึงค่าที่ตั้งไว้ แต่ไม่แสดงค่าตัวเลขและบันทึกข้อมูลไม่ได้
- ประแจวัดแรงบิดดิจิทัลแม่นยำกว่าประแจแบบอื่นเสมอหรือไม่
ไม่เสมอไป ความแม่นยำขึ้นอยู่กับ Specification ช่วงวัด และวิธีใช้งานของแต่ละรุ่น ไม่สามารถสรุปจากประเภทเครื่องมือเพียงอย่างเดียว
- ควรเลือก Torque Range อย่างไร
เลือกช่วงให้ครอบคลุมค่าแรงบิดที่ใช้งานจริง หลีกเลี่ยงช่วงต่ำมากของพิกัดหากผู้ผลิตไม่ได้รับรอง และอ้างอิงจาก Specification และคู่มือของแต่ละรุ่น
- Accuracy แบบ %RDG หมายความว่าอย่างไร
%RDG คือค่าความคลาดเคลื่อนเป็นเปอร์เซ็นต์ของค่าที่อ่านได้ ต่างจาก %FS ที่คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของพิกัดเต็ม ควรตรวจสอบว่าผู้ผลิตระบุแบบใด
- Digital Torque Wrench ต้องสอบเทียบบ่อยแค่ไหน
ไม่มีข้อกำหนดตายตัว ขึ้นอยู่กับความถี่ใช้งาน ความสำคัญของจุดขัน สภาพแวดล้อม และประวัติผลสอบเทียบ ตัวอย่างแนวทางคือ 3-12 เดือน และควรสอบเทียบทันทีหลังตกกระแทก
- ISO 6789-1 กับ ISO 6789-2 ต่างกันอย่างไร
Part 1 เป็นข้อกำหนดและการทวนสอบความสอดคล้องของเครื่องมือ ส่วน Part 2 เป็นข้อกำหนดการสอบเทียบและการหาความไม่แน่นอนของการวัดสำหรับห้องปฏิบัติการ
- Verification ต่างจาก Calibration อย่างไร
Verification คือการตรวจว่าเครื่องมือยังอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ ส่วน Calibration คือการเปรียบเทียบกับมาตรฐานอ้างอิงพร้อมระบุความไม่แน่นอนของการวัด การตรวจในหน้างานจึงไม่เท่ากับการสอบเทียบ
- หลังประแจตกกระแทกยังใช้งานต่อได้หรือไม่
ควรหยุดใช้งานและส่งสอบเทียบหรือทวนสอบก่อน เพราะการตกกระแทกอาจทำให้ค่าคลาดเคลื่อนหรือเซนเซอร์เสียหาย
- การใช้ Extension หรือ Adapter มีผลต่อค่าแรงบิดหรือไม่
มีผล การต่อ Extension หรือ Adapter อาจเปลี่ยนค่าแรงบิดที่ส่งถึงจุดขัน จึงต้องชดเชยค่าตามสูตรหรือคู่มือของผู้ผลิต
- Digital Torque Wrench ใช้คลายน็อตได้หรือไม่
ไม่ควรใช้คลายน็อตที่ติดแน่นเกินพิกัด เพราะเสี่ยงต่อความเสียหายและทำให้ค่าเพี้ยน
- ห้องปฏิบัติการที่รับสอบเทียบควรมีคุณสมบัติอย่างไร
ควรมีขอบข่ายครอบคลุมประเภทและช่วงแรงบิดที่ต้องการ มี CMC เหมาะสม รองรับทิศทางที่ใช้งาน และระบุความไม่แน่นอนของการวัดพร้อม Metrological Traceability
** ค่าและช่วงต่าง ๆ ในบทความเป็นตัวอย่างทั่วไป การใช้งานจริงต้องอ้างอิง Specification ของเครื่องมือแต่ละรุ่น และขอบข่ายการรับรองที่ตรวจสอบแล้ว
Reference
- ISO 6789-1:2017 – Hand torque tools: Requirements and methods for conformance testing
- ISO 6789-2:2017 – Hand torque tools: Requirements for calibration and determination of measurement uncertainty
- ISO/IEC 17025:2017 – General requirements for the competence of testing and calibration laboratories
- ASME B107.300-2021 – Hand Torque Tools and Torque Testers
- ASTM E2428-22 – Standard Practice for Calibration and Verification of Elastic Torque Measurement Standards (เฉพาะ Torque Transducer หรือมาตรฐานวัดแรงบิด)
เกี่ยวกับเรา
ประวัติความเป็นมา
สอบเทียบ
Pressure & Vacuum
Dimension
Temperature & Humidity
Torque & Force
Electrical
Mass & Balance
Glassware & Chemical
Medical
Flow
อบรม
Promotion
Pressure & Vacuum
Dimension
Temperature & Humidity
Torque & Force
Electrical
Mass & Balance
Glassware & Chemical
Others
บทความ
วีดีโอ
ข่าวสาร



