เลือกเกจวัดอุณหภูมิยังไงไม่ให้พลาด พร้อมข้อควรระวังในการใช้

เกจวัดอุณหภูมิ Temperature gauge

Temperature gauge (เกจวัดอุณหภูมิ)

หรืออีกชื่อหนึ่งเรียกว่า Bimetal หรืออีกชื่อหนึ่งเรียกว่า Bimetal Thermometer เป็นเครื่องมือวัดอุณหภูมิชนิดหนึ่ง ที่ใช้วัดอุณหภูมิในรูปแบบของเหลว ไอน้ำ หรือแก๊ส ซึ่งไหลผ่านก้านวัด (Probe) ที่ทำหน้าที่เป็นเซนเซอร์ (Sensor)  ตัวเครื่องทำมาจากโลหะ หน้าปัดเป็นวงกลมและมีกระจกใสสามารถมองทะลุผ่านมาตรวัดซึ่งส่วนใหญ่เป็นเข็มวัด

หลักการทำงานของ Temperature gauge

เครื่องมือชนิดนี้มีก้านวัดยื่นออกมาจากตัวเครื่อง ซึ่งทำหน้าที่เป็นเซนเซอร์ (Sensor)  วัดอุณหภูมิจากของเหลวที่ไหลผ่าน ด้านในเป็นขดลวดโลหะคู่ (Bimetal Helix) ขดซ้อนกันหลายชั้นคลายสปริง (Multiple helix) ซึ่งขดลวดทั้งสองเส้นนี้ มีค่าสัมประสิทธิ์ในการขยายตัวที่แตกต่างกัน ทำให้เมื่อเจออุณหภูมิเปลี่ยนแปลง โลหะจะขยายตัวไม่เท่ากันเส้นหนึ่งเกิดการโก่งตัว และอีกเส้นหนึ่งจะแปรผันไปตามอุณหภูมิ เช่นจะหดตัวเมื่อเจอความเย็น หรือขยายตัวเมื่อเจอความร้อน ทำให้ขดลวดเกิดการบิดตัว (Torsion) จากผลของการขยายตัวของโลหะ และส่งผ่านกลไกไปยังเข็ม ทำให้เข็มวัดถูกดึงขยับตามอุณหภูมิที่อ่านได้ตามจริงที่หน้าปัด 

หน่วยในการวัด

เป็นองศาเซลเซียส (°C) และในบางรุ่นอาจเป็น องศาฟาเรนไฮต์ (°F) หรือหน้าปัด สองสเกล ขึ้นกับสเปกผู้ผลิต

Temperature gauge แบ่งออกเป็น 2 ชนิดใหญ่

1.มาตรวัดแบบเข็ม (Analog) ซึ่งมีแยกย่อยออกมาอีกหลายประเภท เช่น Probe วัดชนิดโผล่ด้านล่าง/โผล่ด้านหลัง ชนิดแบบสายวัดยาว ซึ่งข้อดีTemp Gauge แบบเข็มคือ หาซื้อง่าย ราคาถูก ตอบสนองอุณหภูมิได้รวดเร็ว

 

เกจวัดอุณหภูมิ Temperature gauge

2.มาตรวัดแบบตัวเลขดิจิตอล (Digital) ข้อดี คือ สามารถปรับฟังก์ชั่นเป็นหน่วยอื่นๆได้เช่น ฟาเรนไฮด์ แต่ข้อเสียTemp Gauge แบบดิจิตอลคือมีราคาสูงกว่าแบบ Analog

Temperature Gauge

วิธีการใช้งานและวิธีการเลือกใช้เครื่องมือเบื้องต้น

1. การเลือกย่านอุณหภูมิ (Range)

แทนที่จะเลือกช่วงแบบครอบกว้างพอประมาณเพียงอย่างเดียว ควรเลือกให้ ช่วงที่ใช้งานปกติอยู่ราว 50%–75% ของ Full Scale เพื่อให้การอ่านค่าอยู่ในโซนที่เหมาะสม ลดโอกาสอ่านยาก หรือการคลาดเคลื่อนจากการใช้งานใกล้ปลายสเกล

         เช่น หากใช้งานจริงช่วง 20–50 องศาเซลเซียส°C ควรเลือกเครื่องมือเสปกเรนจ์ที่ทำให้ช่วงดังกล่าวอยู่ประมาณ ครึ่งถึงสามในสี่ของสเกล (เช่น 0–70 °C หรือใกล้เคียง ตามรุ่นที่มีจำหน่ายและความเหมาะสมของหน้างาน)

2. ขนาดหน้าปัด

มีหลากหลายขนาด มีตั้งแต่ 2-6 นิ้ว ควรเลือกให้เหมาะสมกับหน้างาน ระยะมองและพื้นที่ติดตั้ง ไม่ใหญ่เทอะทะหรือเล็กจนอ่านยาก

3. ความยาวก้านวัด (Stem) และชนิดก้าน

มีให้เลือกหลายความยาวตั้งแต่ขนาด 2–12 นิ้ว ชนิดก้านมีให้เลือกหลากหลายขนาดเช่นกัน ควรเลือกให้เหมาะกับอุปกรณ์ที่ติดตั้ง ตำแหน่งติดตั้งและความลึกที่ต้องการให้รับอุณหภูมิตามสเปกจะมีระบุขนาดและแบบชนิดไว้ชัดเจนอยู่แล้ว

4. เกลียวและขนาดจุดติดตั้ง

ติดตั้งเครื่องมือให้ดูเกลียวของเครื่องมือว่าเข้ากับเกลียวตัวรับอุปกรณ์ได้หรือเปล่า ก่อนอื่นให้ตรวจสอบ ชนิดของเกลียวและขนาดเกลียวต้องเป็นขนาดเดียวกัน ตามสเปกจะมีระบุไว้ชัดเจนอยู่แล้วเลือกให้ตรงกับจุดติดตั้ง

การติดตั้ง

หากต้องใช้งานในกระบวนการที่มี ความดันสูง, อัตราการไหลสูง, หรือมี สารกัดกร่อน ควรพิจารณาติดตั้งร่วมกับ Thermowell เพื่อปกป้องก้านวัด ลดความเสียหาย และช่วยให้ถอดส่งสอบเทียบหรือซ่อมได้สะดวกโดยไม่ต้องหยุดกระบวนการมาก

 

ข้อควรระวังในการใช้งาน 

  • ตรวจสอบสภาพ ก้านวัด (Stem) ว่ามีการหักงอเสียรูปหรือไม่
  • หมั่นเช็ดทำความสะอาดหน้าปัดเครื่องมืออยู่เสมอ เพื่อทำให้มองเห็นเกจวัดได้อย่างชัดเจนเวลาใช้งาน
  • หมั่นตรวจสอบรอยรั่วซึมที่ซีลตัวเกลียวของเครื่องมือ ว่ามีรอยรั่วซึมออกมาบ้างหรือไม่
  • ตรวจสอบ ว่ามีน้ำหรือฝ้าภายในหน้าปัดหรือไม่ เพราะจะบอกได้ว่าซีลเสื่อมสภาพ ทำให้ความชื้นเข้าไปสะสมด้านในได้ ซึ่งกระทบการอ่านค่าและอายุการใช้งาน
  • หลีกเลี่ยงการใช้ของแข็งกระแทกแรงๆที่ตำแหน่งหน้าปัดกระจกหรือที่ตัวเครื่องมือ เพราะอาจจะทำให้แตกหรือซีลรั่วขึ้นได้
  • ควรสอบเทียบเครื่องมือเป็นประจำตาม Due dateที่กำหนดไว้ทุกปี เพื่อตรวจสอบความเที่ยงตรงของ Temperature gauge อยู่เสมอ

วิธีการสอบเทียบเครื่องมือ Temperature Gauge

  1. นำเครื่องมือมา Solve อุณหภูมิและความชื้น ตามมาตรฐานของห้องปฏิบัติการ
  2. นำเครื่องมือ Temperature Gauge ที่ Solve อุณหภูมิและความชื้นแล้ว (DUC) มาทำการสอบเทียบโดยการจุ่มกับตัวสร้างอุณหภูมิ (Liquid Bath) ที่ set ค่าอุณหภูมิที่ต้องการสอบเทียบไว้ (Standard) 
  3. นำเครื่องมืออีกหนึ่งตัว (Standard IPRT) มาจุ่มเพื่อทำการ Compare ค่ากับ Temperature Gauge (DUC) ที่ต้องการสอบเทียบ
  4. เมื่อค่าอุณหภูมินิ่งแล้ว จดบันทึกค่า 
  5. ทำ Repeat ซ้ำ 5 ครั้ง และเฉลี่ยออกมาหนึ่งค่าเพื่อรายงานค่าลงในใบ Certificate ต่อไป

การรับรอง Accredited

แล็บแคลิเบรชั่น แลบอราทอรี (Calibration Laboratory – CLC) ได้รับการรับรอง Accredit 17025 ทั้งสมอ. และ ANAB (ทั้งรับกลับและ Onsite)

ข้อแนะนำ ในการส่งเครื่องมือสอบเทียบ

    • รบกวนผู้ใช้งานถอดและเตรียมเครื่องมือก่อนเข้าไปรับงานหรือเข้าทำงาน onsite
    • ตรวจเช็คสภาพเครื่องมือ ว่าอยู่ในสภาพใช้งานปกติดีอยู่หรือเปล่า
    • เช็คกระจกหน้าปัดว่ามีรอยแตกราวหรือเปล่า
    • ก้านวัดอยู่ในสภาพปกติหรือเปล่า มีการหักงออยู่หรือไม่
    • เกจวัดอยู่ในสภาพปกติอยู่หรือไม่หลังจากถอดออกมาจากผู้ใช้งาน โดยยกตัวอย่างและสังเกตุง่ายๆว่าเข็มวัดอยู่ในอุณหภูมิปกติเครื่องมือควรอยู่ประมาณ 25 องศา แต่ถ้าเข็มตกไปที่ 15 องศาแสดงว่าเครื่องมือที่รับมาน่าจะมีปัญหาและอาจจะสอบเทียบไม่ได้ ให้แจ้งให้ลูกค้าทราบทันทีเพื่อพิจารณาในการแก้ไขต่อไป

 

Ref.

Omega

ACCREDITATION DEPARTMENT OF THE LITHUANIAN ACCREDITATION AND STANDARDIZATION AGENCY

ANAB

 

 

MKS

 

ขอใบเสนอราคา  ติดต่อเรา

พูดคุยกับเรา

บริการสอบเทียบเครื่องมือวัด  ซื้อเครื่องมือวัด