Pi Tape คือเครื่องมือวัดชนิดเทปที่ใช้วัดเส้นผ่านศูนย์กลางของวัตถุทรงกลมหรือทรงกระบอก โดยอาศัยหลักการแปลงค่าเส้นรอบวงเป็นเส้นผ่านศูนย์กลาง (C = πd) เหมาะสำหรับงานอุตสาหกรรมที่ต้องวัดท่อ เพลา ถัง โรลเลอร์ หรือชิ้นส่วนเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่ไม่สามารถวัดด้วยเครื่องมือทั่วไปได้สะดวก
Pi Tape คืออะไร?
ถ้าจะให้พูดถึงเครื่องมือวัดนี้คงมีน้อยคนนักที่จะรู้จักถ้าไม่อยู่ในแวดวงของการวัดที่เกี่ยวข้องกับการวัดเส้นผ่านศูนย์กลาง หรือถ้าไม่ได้จำเป็นต้องใช้ก็จะรู้จักน้อยมาก ดังนั้นวันนี้เราจะมาพูดถึงตัว Pi Tape กัน
ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับเทปวัดตัวนี้กัน หรือที่หลายคนเรียกว่า “เทปวัดเส้นผ่านศูนย์กลาง / diameter tape ” คือเครื่องมือวัดที่มีลักษณะเป็นเทปที่ใช้สำหรับวัดขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของวัตถุ สำหรับการวัดท่อหรือวัตถุทรงกลมโดยการพันรอบวัตถุที่มีลักษณะเป็นทรงกระบอก เช่น เพลา (Shaft), ท่อ (Pipe), ถัง (Tank), โรลเลอร์หรือชิ้นส่วนเครื่องจักรขนาดใหญ่ สำหรับเส้นผ่านศูนย์กลางภายนอก (OD) หรือเส้นผ่านศูนย์กลางภายใน (ID) ที่รวดเร็ว แม่นยำและง่ายดาย และสามารถพันเทปรอบชิ้นงานและอ่านค่าจากสเกลบนเทปแล้วอ่านค่าเส้นผ่านศูนย์กลางได้ทันที
สำหรับหน่วยที่ใช้สำหรับการวัดจะมีทั้งหน่วยการวัดแบบเมตริก มิลลิเมตร (mm) และหน่วยการวัดแบบอิมพีเรียล นิ้ว (inch) diameter tapeหรือเทปวัดขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง มักทำจากผ้าหรือโลหะ และด้านหนึ่งของเทปจะมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางและอีกด้านจะเป็นสเกล Vernier ขนาดมาตรฐาน diameter tape โดยส่วนมากจะผลิตจากเหล็ก clock spring steel 1095 หรือ stainless steel 420 สำหรับป้องกันการกัดกร่อน

รูป เทปวัดเส้นผ่านศูนย์กลาง / diameter tape
เมื่อกล่าวถึงเทปวัดเส้นผ่านศูนย์กลาง ได้ถูกพัฒนาขึ้นโดย Norman Collins, Leo Cochran และ Harold Phillips เป็นบุคคลที่คิดค้นและพัฒนาระบบอุปกรณ์วัดของ Pi Tape Texas ในปี 1944 ขณะทำงานในซานดิเอโก Norman Collins ได้พัฒนาวิธีการวัดด้วยเทปที่สามารถวัดเส้นผ่านศูนย์กลางได้อย่างแม่นยำโดยใช้การวัดเส้นรอบวง นอกจากนี้ Norman Collins ได้รับการแนะนำให้รู้จักกับ Harold Phillips, Sr. ซึ่งเป็นช่างเทคนิคการสอบเทียบ และในปี 1966 Harold และ Norman ได้ร่วมมือกัน ทำให้ผลิตภัณฑ์ของ Pi Tape Texas มีความหมายเหมือนกันกับการวัดเส้นผ่านศูนย์กลางที่แม่นยำในระดับโลก
ในวงการอุตสาหกรรมการบินและอวกาศของอเมริกา เช่น Gemini, Apollo และ Saturn ของช่วงเวลานั้นก็ได้นำผลิตภัณฑ์ของเทปวัดเส้นผ่านศูนย์กลาง เข้าไปใช้ในระบบการวัดด้วยเช่นกัน และแม้กระทั่งบริษัทต่างๆ เช่น General Atomic, NASA, Lockheed, Rocketdyne, Ryan, Solar, Rohr, Convair, General Dynamics, Boeing และ Martin Marietta ต่างก็พึ่งพาเครื่องมือวัดนี้เพื่อพัฒนาโครงการของตน ตั้งแต่ท่อส่งก๊าซอะแลสกาไปจนถึงแท่นพิมพ์ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ เครื่องอัดรีดพีวีซี อุตสาหกรรมอวกาศและเครื่องบิน ไปจนถึงล้อรถยนต์
Pi Tape Texas ได้ร่วมมือกับผู้นำในอุตสาหกรรมต่างๆ มากกว่า 8 ทศวรรษ ยังคงเป็นผลิตภัณฑ์เทปวัดที่มีนวัตกรรมและมีความแม่นยำที่สุดในระดับโลก
หลักการทำงาน
หลักการทำงานของเทปวัดเส้นผ่านศูนย์กลาง อาศัยความสัมพันธ์ระหว่าง “เส้นรอบวง” และ “เส้นผ่านศูนย์กลาง” ของวัตถุทรงกลม โดยตัวเทปถูกออกแบบให้แปลงค่าทางคณิตศาสตร์ไว้แล้ว ผู้ใช้งานจึงสามารถอ่านค่าเส้นผ่านศูนย์กลางได้ทันที นอกจากนี้ยังสามารถใช้วัดได้ทั้งขนาดด้านนอก (OD: Outside Diameter) และด้านใน (ID: Inside Diameter) โดยต้องใช้อย่างถูกวิธี เช่น พันเทปให้แนบสนิท ไม่บิดงอ และควบคุมแรงดึงให้เหมาะสม เพื่อให้ค่าที่ได้ถูกต้อง
หากการวัดผิดพลาด แม้เพียงเล็กน้อย อาจทำให้เกิดปัญหาตามมา เช่น การประกอบชิ้นส่วนไม่พอดี การรั่วซึม การสั่นของเครื่องจักร การสึกหรอเร็วกว่าปกติ หรือในกรณีรุนแรงอาจส่งผลต่อความปลอดภัยของระบบได้ ดังนั้นหลายองค์กรจึงใช้เทปวัดเส้นผ่านศูนย์กลาง เป็นส่วนหนึ่งของระบบควบคุมคุณภาพ (Quality Control: QC) และงานซ่อมบำรุงเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance)ในด้านระบบคุณภาพ หากถูกใช้เพื่อตัดสินคุณภาพงานหรือใช้ตรวจรับผลิตภัณฑ์ เครื่องมือควรได้รับการสอบเทียบ (Calibration) เพื่อให้มั่นใจว่าค่าที่วัดได้ยังคงถูกต้องและเชื่อถือได้ โดยเฉพาะในระบบคุณภาพ เช่น ISO 9001 หรือ ISO/IEC 17025 ซึ่งให้ความสำคัญกับความน่าเชื่อถือของเครื่องมือวัดและการสอบย้อนกลับได้ (Traceability) แม้บางอุตสาหกรรมอาจไม่ได้บังคับโดยตรง แต่หากงานเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยหรือชิ้นส่วนสำคัญ การสอบเทียบถือเป็นเรื่องที่ควรทำอย่างมาก
ซึ่งในท้องตลาดก็มีอยู่หลายยี่ห้อ ไม่ว่าจะเป็น ยี่ห้อ WINTAPE , Lufkin , KDS , INSIZE , Nihon Doki , BA-Metrologie หรือจะเป็นของยี่ห้อเทปวัดเส้นผ่านศูนย์กลาง เองโดยตรงก็มีจำหน่ายเช่นกัน ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ใช้วัดขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของชิ้นงานที่มีรูปทรงเป็นทรงกลม ทรงกระบอกซึ่งวิธีการวัดก็นำมาวัดรอบๆชิ้นงานที่ต้องการวัดบนตัวของเครื่องมือวัดจะมีตัวเลขบอกขนาดอยู่ซึ่งจะมองเห็นง่ายชัดเจน
เทปวัดเส้นผ่านศูนย์กลาง ใช้ในอุตสาหกรรมอะไรบ้าง
มาถึงตรงนี้เราคงพอจะรู้ที่มาที่ไปของกันบ้างแล้ว ปัจจุบันเครื่องมือวัดนี้ได้ถูกนำไปช่วยในระบบการวัดในส่วนของอุตสาหกรรมต่างๆ อย่างแพร่หลายมากขึ้น เช่น ในระบบอุตสาหกรรมท่อ, ยางรถยนต์, ขวด, อุตสาหกรรมพลาสติก หรืออื่นๆ อีกมากมาย โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวข้องกับชิ้นส่วนขนาดใหญ่และต้องการความแม่นยำ เช่น
- อุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซ (Oil & Gas) — ใช้ตรวจสอบขนาดท่อและถังแรงดัน
- อุตสาหกรรมโรงไฟฟ้า — ใช้ตรวจสอบเพลากังหันและชิ้นส่วนหมุนเพื่อลดปัญหาการสั่นสะเทือน
- อุตสาหกรรมเหล็ก — ใช้วัดโรลเลอร์หรือกระบอกโลหะขนาดใหญ่
- อุตสาหกรรมเรือ ยานยนต์ และงานเครื่องจักรหนัก — ใช้ควบคุมขนาดชิ้นงานให้เหมาะสมกับการประกอบ

หลักการและวิธีการวัด

ทำไมการวัดเส้นผ่านศูนย์กลางต้องแม่นยำ
หากการวัดผิดพลาด แม้เพียงเล็กน้อย อาจทำให้เกิดปัญหาตามมา เช่น การประกอบชิ้นส่วนไม่พอดี การรั่วซึม การสั่นของเครื่องจักร การสึกหรอเร็วกว่าปกติ หรือในกรณีรุนแรงอาจส่งผลต่อความปลอดภัยของระบบได้ ดังนั้นหลายองค์กรจึงใช้เครื่องมือวัดนี้เป็นส่วนหนึ่งของระบบควบคุมคุณภาพ (Quality Control: QC) และงานซ่อมบำรุงเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance)
ในด้านระบบคุณภาพ หากถูกใช้เพื่อตัดสินคุณภาพงานหรือใช้ตรวจรับผลิตภัณฑ์ เครื่องมือควรได้รับการสอบเทียบ (Calibration) เพื่อให้มั่นใจว่าค่าที่วัดได้ยังคงถูกต้องและเชื่อถือได้ โดยเฉพาะในระบบคุณภาพ เช่น ISO 9001 หรือ ISO/IEC 17025 ซึ่งให้ความสำคัญกับความน่าเชื่อถือของเครื่องมือวัดและการสอบย้อนกลับได้ (Traceability) แม้บางอุตสาหกรรมอาจไม่ได้บังคับโดยตรง แต่หากงานเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยหรือชิ้นส่วนสำคัญ การสอบเทียบถือเป็นเรื่องที่ควรทำอย่างมาก
เทปวัดเส้นผ่านศูนย์กลางต่างจากเครื่องมือวัดอื่นอย่างไร
เครื่องมือวัดนี้ถูกออกแบบมาเฉพาะสำหรับการวัดเส้นผ่านศูนย์กลางของวัตถุทรงกลมและทรงกระบอก ซึ่งต่างจากเครื่องมือวัดทั่วไปในหลายด้าน
- ตลับเมตร — ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับอ่านค่าเส้นผ่านศูนย์กลางโดยตรง ผู้ใช้ต้องวัดเส้นรอบวงแล้วนำมาคำนวณเพิ่มเติม (C ÷ π) ในขณะที่ diameter tape แปลงค่าไว้แล้วในตัวเทป อ่านได้ทันทีโดยไม่ต้องคำนวณ
- เวอร์เนียร์คาลิปเปอร์ — วัดเส้นผ่านศูนย์กลางได้แม่นยำ แต่มีข้อจำกัดด้านขนาดชิ้นงาน เหมาะกับชิ้นงานขนาดเล็กถึงกลางที่จับเข้าขาวัดได้ ไม่เหมาะกับท่อหรือถังขนาดใหญ่
- ไมโครมิเตอร์ — แม่นยำสูงมาก แต่ช่วงการวัดจำกัด เหมาะกับชิ้นงานขนาดเล็กที่ต้องการความละเอียดสูง
- CMM (Coordinate Measuring Machine) — เป็นระบบวัดมิติที่แม่นยำและซับซ้อนกว่า เหมาะกับงานตรวจสอบในห้องปฏิบัติการ มีต้นทุนและวิธีใช้ที่ต่างจาก diameter tape อย่างมาก
diameter tape จึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดเมื่อต้องวัดชิ้นงานทรงกระบอกขนาดใหญ่ที่ไม่สามารถใส่ในเครื่องมือวัดทั่วไปได้
ตัวอย่างการใช้เทปวัดเส้นผ่านศูนย์กลาง ในการวัดงานและการอ่านค่าจากการวัด (ขนาด 15-50 mm)
- ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเทปและวัตถุที่จะวัดนั้นสะอาดทั้งคู่
- พันเทปไว้รอบๆ วัตถุที่จะวัด โดยควรให้สเกล Vernier อยู่ต่ำกว่าสเกล Gauge Member ดึงเทปที่พันรอบวัตถุให้แน่น
- การอ่านค่าจากการวัดตามตัวอย่างดูได้ตามรายละเอียดดังนี้
- สเกลบน Gauge Member 1 เส้นจะมีค่าเท่ากับขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.25 mm ในขณะที่สเกล บน Vernier 1 เส้นจะแบ่งละเอียดได้ถึง 0.01 mm
- ดูตำแหน่งเส้น “0” บนสเกล Vernier กับค่าที่มากที่สุดบนสเกล Gauge Member ที่ด้านซ้ายของเส้น “0” บนสเกล Vernier (จากตัวอย่างในรูปจะเป็นค่าที่ 27 mm บวกกับ 3 เส้นสเกล ดังนั้นจะได้ค่า = (27+3×0.25) mm = 27.75 mm
- ต่อไปให้สังเกตุที่เส้นที่สเกล Vernier เรียงตรงกันกับสเกล Gauge Member (จากตัวอย่างจะเป็นเส้นที่ 15 ดังนั้นจะได้ค่าบนสเกล Vernier = 15×0.01 mm = 0.15 mm)
- สุดท้ายเส้นผ่านศูนย์กลางของวัตถุจะเท่ากับ ค่าที่อ่านบนสเกล Gauge Member รวมกับค่าที่อ่านได้บน สเกล Vernier (จากตัวอย่างจะได้ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของวัตถุที่วัดคือ 25 mm + 0.15 mm = 27.90 mm)
การดูแลรักษา
เนื่องจาก เทปมีความละเอียดอ่อนควรใช้งานอย่างระมัดระวัง รักษาเทปให้สะอาดและแห้ง จึงมีข้อควรการดูแลรักษาดังนี้
- เทปมีความละเอียดอ่อนควรใช้งานอย่างระมัดระวัง รักษาเทปให้สะอาดและแห้ง
- ก่อนการใช้งานต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าเทปไม่มีความเสียหาย โดยเทปและวัตถุที่จะวัดนั้นต้องสะอาดทั้งคู่
- หลังการใช้งานแต่ละครั้ง เช็ดทำความสะอาด ทาน้ำมันป้องกันสนิมเล็กน้อย ม้วนใส่ในภาชนะเทปและเก็บในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นต่ำ
- หลีกเลี่ยงการบิดงอหรือพับเทป
- หลีกเลี่ยงความชื้นหรือสิ่งสกปรก
- ทาน้ำมันป้องกันสนิมเล็กน้อย
- จัดเก็บโดยม้วนใส่ในภาชนะใส่เทป โดยให้ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเทปไม่ได้บุบหรือหักงอ ซึ่งอาจส่งผลต่อความแม่นยำของเทปได้
- เพื่อให้มั่นใจว่าเครื่องมือยังอยู่ใน Spec ควรส่งสอบเทียบห้องปฏิบัติการสอบเทียบที่ได้รับการรับรอง ACCREDIT ISO/IEC 17025 อย่างสม่ำเสมอ
ข้อควรระวังการใช้งาน diameter tape
- สำหรับรุ่น White Easy to Read Tape Stainless หรือ 1095 Spring Steel ห้ามใช้น้ำมันหรือใช้ตัวทำละลายในการทำความสะอาดโดยเด็ดขาด
- ระวังไม่ให้เทปถูกเหยียบ หรือทำให้หัก
คำถามที่พบบ่อย
Pi Tape คืออะไร?
Pi Tape คือเครื่องมือวัดชนิดเทปที่ใช้วัดเส้นผ่านศูนย์กลางของวัตถุทรงกลมหรือทรงกระบอก โดยอาศัยหลักการแปลงค่าเส้นรอบวงเป็นเส้นผ่านศูนย์กลาง (C = πd) ทำให้อ่านค่าได้ทันทีโดยไม่ต้องคำนวณ
Pi Tape ใช้วัดอะไรได้บ้าง?
ใช้วัดเส้นผ่านศูนย์กลางของวัตถุทรงกระบอก เช่น ท่อ เพลา ถัง โรลเลอร์ และชิ้นส่วนเครื่องจักรขนาดใหญ่ ทั้งเส้นผ่านศูนย์กลางภายนอก (OD) และภายใน (ID)
Pi Tape ต่างจากตลับเมตรอย่างไร?
ตลับเมตรวัดเส้นรอบวงแล้วต้องนำมาคำนวณหาเส้นผ่านศูนย์กลางเอง ส่วน diameter tape แปลงค่าไว้แล้วในตัวเทป อ่านค่าเส้นผ่านศูนย์กลางได้ทันทีโดยไม่ต้องคำนวณ ทำให้สะดวกและลดโอกาสเกิดความผิดพลาด
Pi Tape ต่างจากเวอร์เนียร์คาลิปเปอร์อย่างไร?
เวอร์เนียร์คาลิปเปอร์เหมาะกับชิ้นงานขนาดเล็กถึงกลางที่สามารถจับเข้าขาวัดได้ ส่วน เทปวัดเส้นผ่านศูนย์กลาง เหมาะกับชิ้นงานขนาดใหญ่ที่ไม่สามารถจับเข้าเครื่องมือวัดทั่วไปได้ เช่น ท่อขนาดใหญ่หรือถังอุตสาหกรรม
Pi Tape ต้องสอบเทียบไหม?
หากใช้ Pi Tape ในงานที่เกี่ยวกับการตัดสินคุณภาพ ตรวจรับสินค้า หรืออยู่ในระบบคุณภาพ เช่น ISO 9001 หรือ ISO/IEC 17025 ควรส่งสอบเทียบกับห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจในความถูกต้องและ Traceability ของการวัด
วิธีดูแลรักษา Pi Tape ทำอย่างไร?
หลังใช้งานควรเช็ดให้สะอาด ทาน้ำมันป้องกันสนิมเล็กน้อย เก็บในที่แห้งและมีความชื้นต่ำ หลีกเลี่ยงการพับหรือบิดเทป และสำหรับรุ่น Stainless หรือ 1095 Spring Steel ห้ามใช้น้ำมันหรือตัวทำละลายในการทำความสะอาด
เลือกซื้อ Pi Tape ควรดูอะไรบ้าง?
ควรพิจารณาช่วงการวัด (range) ที่ครอบคลุมขนาดชิ้นงานที่ใช้งานจริง วัสดุของเทป (stainless steel หรือ spring steel) หน่วยวัด (mm หรือ inch) และควรเลือกจากผู้จำหน่ายที่มีบริการสอบเทียบหรือใบรับรองการสอบเทียบประกอบ
แม้ PI Tape จะเป็นเครื่องมือที่ดูเรียบง่าย แต่ในความเป็นจริงถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้งานวัดชิ้นส่วนขนาดใหญ่ทำได้สะดวก รวดเร็ว และมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น หากเลือกใช้อย่างเหมาะสม ดูแลรักษาอย่างถูกต้อง และสอบเทียบตามความจำเป็น ก็จะช่วยลดปัญหาคุณภาพ เพิ่มความปลอดภัย และทำให้การทำงานในอุตสาหกรรมมีประสิทธิภาพมากขึ้นได้อย่างชัดเจน บริษัท แคลิเบรชั่น แลบอราทอรี จำกัด เป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ และมีสินค้าPi Tapeพร้อมจำหน่ายแล้ว ตอนนี้หากสนใจสั่งซื้อสามารถติดต่อขอรายละเอียดสินค้าได้ที่ฝ่ายขายของเราได้เลยค่ะ เราจำหน่ายพร้อม สอบเทียบเครื่องมือวัด ที่ได้รับการรับรอง ACCREDIT ISO/IEC 17025:2017 จาก ANAB ประเทศสหรัฐอเมริกาค่ะ
ผู้เขียน Gamtui @^-^@
ตรวจสอบข้อมูลโดย: ทีมสอบเทียบด้านมิติ บริษัท แคลิเบรชั่น แลบอราทอรี จำกัด
ห้องปฏิบัติการสอบเทียบที่ได้รับการรับรอง ISO/IEC 17025:2017 จาก ANAB และ TISI
วิธีเลือกซื้อเกจบล็อก (Gauge block) ชนิดของเกจบล็อกและเลือกซื้อเกจบล็อกยังไงให้ตรงกับงาน
—
เกี่ยวกับเรา
ประวัติความเป็นมา
สอบเทียบ
Pressure & Vacuum
Dimension
Temperature & Humidity
Torque & Force
Electrical
Mass & Balance
Glassware & Chemical
Medical
Flow
อบรม
Promotion
Pressure & Vacuum
Dimension
Temperature & Humidity
Torque & Force
Electrical
Mass & Balance
Glassware & Chemical
Others
บทความ
วีดีโอ
ข่าวสาร


